นักเสี่ยงโชค อดไม่ไหว เกาะคำชะโนดปิดช่วงโควิด19 พากันแห่ไปที่เกาะนาคี

             นักเสี่ยงโชค อดไม่ไหว เกาะคำชะโนดปิดช่วงโควิด19 พากันแห่ไปที่เกาะนาคี หลานสาวที่พ่อปู่แม่ย่ารักที่สุด ต้องตกตลึงมีงูเขียวเกาะเสารอต้อนรับ อย่างเชื่อง เชื่อว่าเจ้าแม่ให้โชคให้ ให้หลานสาวหลานชายตัวน้อยเสี่ยงเซียมซีเจอเลข 2 ตัว 3 ตัว คล้ายเลขที่ธูปกำยาน

              ในวันนี้ วันที่ 29  พฤษภาคม 2563  เป็นใกล้วันหวยออก นักเสี่ยงโชค ที่ชื่นชอบตัวเลข ได้พากันมาที่เกาะเจ้าแม่นาคี อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี เนื่องจากเกาะคำชะโนดยังไม่เปิดให้เข้ากราบไหว้พ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าศรีปทุมมา จึงต้องมาไหว้เจ้าแม่นาคี หลานสาวสุดที่รักของพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา ที่เกาะเจ้านาคีที่อยู่ห่างไปประมาณ 10 กิโลเมตร แทนพอแก้ขัดไปก่อน

              ทั้งนี้ทั้งนั้น ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่เกาะเจ้าแม่นาคี ห่างจากตัวอำเภอบ้านดุงประมาณ 8 กิโลเมตร ทางไปมาสะดวกดี แต่ก็มีบางส่วนของถนนเป็นหินลูกรัง เมื่อถึงเกาะนาคีได้พบกับชาวบ้านโนนสะอาด อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี จำนวนหนึ่งกำลังจะลงเรือเพื่อไปกราบไหว้เจ้าแม่นาคีอยู่

              พอลงเรือไปไม่นานก็ขึ้นไปที่ศาลเจ้าแม่นาคี สิ่งแรกที่ชาวบ้านเจอถึงกับตกใจคือเจองูเขียวพันอยู่เสาของศาลเจ้าแม่ ซึ่งคนที่มาบอกว่ามาหลายครั้งแล้วไม่เคยเจอ คนขับเรือเองยังบอกว่ามาอยู่ที่ศาลเกือบ 3 ปีแล้วเพิ่งเห็นงูเขียว ทำให้คนที่มาไหว้เจ้าแม่บอกว่า เจ้าแม่นาคีน่าจะมาใช้โชคลาภกันแล้ว

              อย่างไรก็ตาม หลังจากเข้ากราบไหว้ขอพรจากเจ้าแม่นาคี ชาวบ้านได้ให้ลูกหลานตัวเล็กๆ เสี่ยงเซียมซี ปรากฏว่าหลานสาวตัวเล็กเสี่ยงได้ 2 ตัว คือ 22 หลังจากนั้น หลานชายได้เสี่ยงจับเซียมซี ได้สามตัวคือ 380 ส่วนคนที่มาด้วยขอโชคลาภกับเจ้าแม่นาคีแล้วกลับไปถูกทั้ง 3 ตัวและ 2 ตัว ครั้งนี้ได้จุดธูปกำยาน เสี่ยงทายได้เลข 058  อีกด้วย

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 ทั่วโลก

              สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ทั่วโลก ล่าสุด วันนี้ข้อมูลวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 7.20 น. ยอดผู้ติดเชื้อตัวเลขขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5,619,589 เสียชีวิต 352,550 ราย และรักษาหายแล้ว 2,305,417 ราย

              มีรายงานยอดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในแต่ละประเทศ ทั่วโลก ล่าสุดตอนนี้  มีรายชื่อเเละตัวเลข ดังต่อไปนี้

1.สหรัฐอเมริกา ติดเชื้อ 1,695,776 ราย เสียชีวิตสะสม 100,047 ราย

2.บราซิล ติดเชื้อ 391,222 ราย เสียชีวิตสะสม 24,512 ราย

3.รัสเซีย ติดเชื้อ 370,680 ราย เสียชีวิตสะสม 3,968 ราย

4.สหราชอาณาจักร ติดเชื้อ 268,616 ราย เสียชีวิตสะสม 37,542 ราย

5.สเปน ติดเชื้อ 236,259 ราย เสียชีวิตสะสม 27,117 ราย

 

6.อิตาลี ติดเชื้อ 231,139 ราย เสียชีวิตสะสม 33,072 ราย

7.ฝรั่งเศส ติดเชื้อ 183,038 ราย เสียชีวิตสะสม 28,599 ราย

8. เยอรมันนี ติดเชื้อ 181,524 ราย เสียชีวิตสะสม 8,428 ราย

9.ตุรกี ติดเชื้อ 159,797 ราย เสียชีวิตสะสม 4,431 ราย

10.อินเดีย ติดเชื้อ 150,793 ราย เสียชีวิตสะสม 4,344 ราย

              ในขณะที่ประเทศไทยติดอยู่ในอันดับที่ 77  ของโลก และมีผู้ติดเชื้อ 3,045 เสียชีวิตสะสม 57 ราย

ผอ.รพ.สต. ออกมาเผย สาเหตุที่ วีลแชร์ ไหลเอง ได้ยังไง

              ผอ.รพ.สต.เผย แล้ว สาเหตุที่ วีลแชร์ ไหลเอง ยืนยันเพราะธรรมชาติทำให้วีลแชร์ไหลโดยไม่มีอะไรมาผลักเล่นเอาตกอกตกใจไปทั้งโซเชียล

                 ในวันนี้ วันที่ 27 พ.ค. หลังมีการแชร์คลิปวิดีโอจากกล้องวงจรปิด ขณะที่ วีลแชร์ ไหลเองโดยที่ไม่อะไรผลัก เหตุการณ์น่าขนลุกนี้เกิดที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคำด้วง ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี

  

              ต่อมาทีมข่าวอีจันขอลงพื้นที่ตรวจหาความจริงที่ รพ.สต.บ้านคำด้วง ต.คำด้วง อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี พบ เจ้าหน้าที่ รพ.สต.กำลังนั่งพูดคุยถึงเรื่องคลิปวีลแชร์

                  โดย นายธนศักด์ ภักดีนวน ผอ.รพ.สต.คำด้วง เปิดเผยว่า ตนพักอาศัยอยู่ข้าง รพ.สต. ช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. ตนเดินมาพบว่ารถวีลแชร์จอดหน้าห้องฉุกเฉิน จึงได้สอบถามว่าใครเข็นรถมาไว้หน้าห้อง จากนั้นจึงได้ตรวจสอบภาพวงจรปิดพร้อมกับเจ้าหน้าที่จึงพบภาพดังกล่าว ที่สร้างความตกใจในตอนแรก แต่เมื่อมาทบทวนเหตุการณ์จึงทราบว่าในช่วงดังกล่าวมีลมพัดมา ก่อนที่ฝนจะตก

                ตนจึงได้เอาคลิปลงยูทูปและมีการแชร์กันจำนวนมาก โดยยืนยันว่าไม่มีการตัดต่อภาพ เนื่องจากระบบบันทึกภาพเป็นแบบเซ็นเซอร์ จะบันทึกภาพเฉพาะที่มีการเคลื่อนไหวของวัตถุเท่านั้น ส่วนวีลแชร์นั้นมีชาวบ้านบริจาคมาเพราะคนที่ใช้เสียชีวิตแ

เปิดใจเมียเก่า ร่ำไห้ ในคดี พ่อ ฆ่าฝังดิน ลูกแท้ๆ เลวเกินมนุษย์

               จากกรณีนายอรุณ ปลอดแก่นทอง ที่ ฆ่าฝังดิน นายชาญชัย ปลอดแก่นทอง  ลูกชายแท้ๆ ในป่าสวนยาง อ.นาหม่อม จ.สงขลา จากปัญหาที่แอบไปมีสัมพันธ์ชู้สาวกับลูกสะใภ้ที่เป็นภรรยาของลูกชาย ในลักษณะบังคับขืนใจ

               ในวันนี้ วันที่ 26 พ.ค. 63  ที่ สภ.นาหม่อม ทางพนักงานสอบสวน สภ.นาหม่อม อ.นาหม่อม จ.สงขลา ได้ควบคุมตัว นายอรุณ ฆ่าฝังดิน ลูกแท้ๆ  ไปผลัดฟ้องฟากขังผลัดแรกที่ศาล จ.สงขลา และคัดค้านการประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนเนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์และถูกแจ้งข้อหาดำเนินคดี ใน 2 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และปิดบังซ่อนเร้นอำพรางศพ
              ด้าน นางวันวิสา  อายุ 40 ปี แม่แท้ๆ ของผู้ตายเปิดใจกับทีมข่าวว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ นายอรุณ ทำเรื่องแบบนี้ เพราะ เมื่อก่อนก็เคยพยายามปลุกปล้ำขืนใจหลานสาวในใส้ของตัวเองมาแล้วเช่นกัน แต่ไม่สำเร็จ รวมทั้งยังเคยปลุกปล้ำแฟนเก่าของลูกชายที่เคยมาอยู่ด้วยกันที่บ้านเช่าใน อ.นาหม่อม ทำให้แฟนเก่าหนีไปไม่กลับมาอีกเลย สุดท้ายก็มาทำกับเมียลูกชายอีก แต่เป็นเพราะเพิ่งคลอดลูกชายได้ 9 เดือน จึงต้องจำใจอยู่เพื่อลูก และป่วยเป็นทาลัสซีเมีย ต้องทนอยู่
                  ตอนที่ลูกชายหายไป นายอรุณ ยังได้โทรศัพท์มาหาที่บ้านว่า ลูกชายกลับไปหรือไม่ ซึ่งตนก็บอกว่าไม่ได้กลับมาและทำทีพูดว่าเดี๋ยวก็กลับมาเพราะหายไปแบบนี้ประจำ และขอให้น้องชายของนายชาญชัย ไปช่วยกรีดยางที่ อ.นาหม่อม แต่ตนเชื่อว่าน่าจะหลอกมาฆ่าปิดปากอีกคน เพราะรู้เรื่องพฤติกรรมของคนเป็นพ่อดี

                  ทั้งนี้ทั้งนั้น นางวันวิสา ยังพูดด้วยความแค้นใจว่าไม่มีคำบรรยายใดๆ ที่จะพูดหรือสาปแช่งนายอรุณ เพราะเกินกว่าคำว่าเดรัชฉาน ลูกแท้ๆ ยังฆ่าได้ลงคอ และเชื่อว่าไตร่ตรองมาก่อน ตอนเด็กๆ ก็ไม่ได้เลี้ยงแต่พอโตก็เอาไปทำงาน และยังมาฆ่าอีกขอให้ได้รับโทษประหาร นอกจากนี้ตอนที่ลูกชายเสียชีวิตก็มีลางสังหาร คือต่างหูข้างซ้ายหลุดหยิบมาใส่ก็หลุด และร้อนรุ่มในอกจนอยู่ไม่ติด
                 ในขณะที่ น.ส.รจนา ภรรยาของผู้ตาย บอกว่า หลังจากที่สามีได้หายไป มีอยู่คืนหนึ่งพ่อเลี้ยงบอกว่าสามีมาถามหาตนกับลูกที่บ้าน และเดินมาดูตนกับลูกพอหันไปก็ไม่เห็นแล้ว เช่นเดียวกับเพื่อนของสามีอีกคน ที่มาเล่าว่าขับรถจักรยานยนต์ผ่านหน้าบ้านและเห็นสามีนั่งอยู่หน้าบ้าน จึงพูดทักทายเหมือนปกติโดยที่ไม่ทราบว่าเสียชีวิตไปแล้ว

กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ที่ทำให้ ฮ่องกง ออกมาประท้วง คืออะไร

             เนื่องจาก วันที่ 24 พ.ค. 2563 ที่ผ่านมา ตำรวจฮ่องกงใช้แก๊สน้ำตาและปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อสลายผู้ที่มาชุมนุมประท้วงคัดค้านที่จีนออก กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ฉบับใหม่มาใช้ในฮ่องกงเมื่อสัปดาห์ก่อน แต่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีความพยายามออกกฎหมายแบบนี้ และไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการประท้วงต่อต้าน กันเกิดขึ้น

            กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ คืออะไร ทำไมจีนตัดสินใจผลักดันเรื่องนี้เอง ไม่รอรัฐบาลท้องถิ่น และทำไมชาวฮ่องกงจึงหวาดกลัวกฎหมายฉบับนี้ ถึงขั้นออกมาประท้วงอย่างรุนแรงอย่างนี้

  

 

 

              เนื่องมาจากเมื่อราว 17 ปีก่อน ในปี 2546 รัฐบาลฮ่องกงพยายามออกกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติที่เรียกว่า มาตรา 23 เพิ่มเข้าไปในกฎหมายพื้นฐาน (Basic Law) เพื่อห้ามพฤติกรรมก่อกบฎ, การแยกดินแดน, การปลุกระดมมวลชนต่อต้านรัฐบาล และการบ่อนทำลายรัฐบาลจีน รวมทั้งขโมยความลับของชาติ

ทั้งนี้ แต่ความพยายามนั้นล้มเหลว เมื่อประชาชนกว่า 500,000 คน หรือรายงานบางกระแสระบุว่าถึง 1 ล้านคน ออกมาชุมนุมประท้วงอย่างรุนแรงในวันที่ 1 ก.ค.ปีเดียวกัน กลายเป็นการประท้วงใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่อังกฤษคืนฮ่องกงให้จีนในปี 2540 ทำให้รัฐบาลท้องถิ่นยอมแพ้ ระงับการพิจารณากฎหมายดังกล่าว

              อย่างไรก็ตาม ที่จีนเสนอกฏหมายครั้งนี้ คาดว่าจะมาแทนมาตรา 23 กำหนดให้พฤติกรรมการแบ่งแยกดินแดน, การบ่อนทำลายอำนาจของรัฐบาลกลาง, การก่อการร้าย และกิจกรรมของกองกำลังต่างชาติที่เข้ามาแทรกแซงในฮ่องกง เป็นอาชญากรรม นอกจากนี้ จะเปิดทางให้รัฐบาลปักกิ่งสามารถตั้งหน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติขึ้นในฮ่องกงได้อีกด้วย

             หลังมีข่าวว่าจีนจะเสนอกฎหมายความมั่นคงแห่งชาติมาใช้กับฮ่องกง ผู้ประท้วงฝ่ายสนับสนุนประชาธิปไตยจำนวนมากต่างออกมาแสดงความกังวลว่า นี่อาจเป็นจุดจบของนโยบาย 1 ประเทศ 2 ระบบ หรือเป็น ตะปูดอกสุดท้ายที่จะตอกปิดฝาโลงประชาธิปไตยในฮ่องกง

 

 

 

 

 

             วิลลี แลม ผู้เชี่ยวชาญเรื่องประเทศจีน บอกกับสำนักข่าวบีบีซี ว่า สิ่งที่ชาวฮ่องกงกลัวคือ การเสียเสรีภาพพลเรือนไป กฎหมายนี้ทำให้เกิดความกังวลว่าประชาชนอาจถูกลงโทษฐานวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลจีน ซึ่งเกิดขึ้นเป็นประจำในแผ่นดินใหญ่ รวมทั้งอาจกระทบต่อเสรีภาพทางการแสดงออกและสิทธิ์ในการประท้วง ซึ่งยังเป็นเรื่องถูกกฎหมายในฮ่องกง

            นอกจากนี้ การสูญเสียเสรีภาพของฮ่องกงอาจกระทบต่อแรงดึงดูดในฐานะ ศูนย์กลางธุรกิจและเศรษฐกิจ ซึ่งเห็นได้ชัดเจนเมื่อดัชนี ฮั่งเส็ง ดึ่งลง 5.6% ในวันศุกร์ ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลเสนอกฎหมายนี้ต่อสภาประชาชนแห่งชาติ นับเป็นการลดลงในวันเดียวมากที่สุดในรอบเกือบ 5 ปี ขณะที่หุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็ร่วงถึง 7.7%

            จนถึงตอนนี้ กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติยังเป็นเพียงข้อเสนอ จนกว่าสภาประชาชนแห่งชาติจะโหวตผ่านญัตติในช่วงสิ้นสุดวาระการประชุม ซึ่งคาดว่าคือวันที่ 28 พ.ค.นี้ กฎหมายฉบับนี้ก็จะกลายเป็นร่างกฎหมาย ซึ่งจะมีการเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับข้อบังคับต่างๆ และอาจมีการอนุมัติร่างกฎหมายให้บังคับใช้ในฮ่องกงภายในการประชุมคณะกรรมาธิการถาวรของสภาประชาชนแห่งชาติวาระถัดไป ที่จะเกิดขึ้นอย่างเร็วที่สุดในเดือนมิถุนายน

             อย่างไรก็ตาม  ถึงแม้ว่าฮ่องกงจะปกครองภายใต้กฎหมายพื้นฐาน ที่อดีตเจ้าอาณานิคมอย่างอังกฤษร่างไว้ให้ ซึ่งรับรองสิทธิพลเมืองฮ่องกง รวมทั้งเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและสิทธิในการออกกฎหมายในฮ่องกงได้เอง แต่จีนก็สามารถบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ในฮ่องกงได้ ด้วยการเพิ่มเข้าไปในภาคผนวกที่ 3 ที่เปิดช่องให้ฮ่องกงต้องเคารพกฎหมายจีนอยู่ดี

              นางแคร์รี แลม ผู้บริหารสูงสุดฮ่องกง ประกาศว่า เธอพร้อมจะให้ความร่วมมือกับจีนในการทำให้กฎหมายฉบับนี้เสร็จสมบูรณ์โดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มีผู้คนที่ไม่พอใจและเกิดการประท้วงกันขึ้นมาอย่างดุเดือด

หนุ่มชุดกู้ภัย เมืองนนท์ ขโมยรองเท้า ไปสำเร็จความใคร่

               หนุ่มสวมชุดกู้ภัยตระเวน ขโมยรองเท้า เพื่อเอาไปสำเร็จความใคร่ โดยการวางใต้หมอน เจ้าหน้าที่พบว่าประวัติตอนเด็กเคยถูกทำร้ายด้วยรองเท้า มาก่อน

             ในวันนี้ 24 พ.ค. 2563  รับแจ้งเหตุหนุ่มสวมชุดกู้ภัยตระเวน ขโมยรองเท้า   ที่สภ.บางศรีเมือง จ.นนทบุรี พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พ.ต.อ.วันชัย ชูจิตร ผกก.สภ.บางศรีเมือง พ.ต.ท.ธรรศกร ก้อนทอง รองผกก.สส.สภ.บางศรีเมือง พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสว สภ.บางศรีเมือง

             ได้ร่วมทำการกันจับกุมตัว นายธีระภัทร อายุ 24 ปี พร้อมของกลางรองแตะจำนวน 126 คู่ รถจยย.ยี่ห้อยามาฮ่า มีโอ สีน้ำเงิน พร้อมทั้ง ชุดยูนิฟอร์มกู้ชีพ 1669 ชุดกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง และวิทยุสื่อสาร และตั้งข้อกล่าวหากับนายธีระภัทร คือ ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกในการพาทรัพย์นั้นไป มีวิทยุสื่อสารไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  อีกด้วย

              ต่อเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ค.63 ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความจาก นายสมพงษ์ อายุ 46 ปี และนางโสภิตประภา อายุ 49 ปี สองสามีภรรยา ว่ามีคนร้ายสวมชุดกู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เข้าไปลักรองเท้าแตะจำนวน 3 คู่ ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ ซอยวัดเฉลิมพระเกียรติ ต.บางศรีเมือง อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่แกะรอยคนร้ายและทราบว่าคนร้ายเป็นนายธีระภัทร จนสามารถจับตัวได้ที่ ซอยวัดอุทยาน ต.บางขุนกอง อ.เมือง จ.นนทบุรี

  

             มีภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายได้เมื่อเวลา 00.20 น. เป็นชายสวมชุดกู้ภัย สวมหน้ากากอนามัย ขับรถจยย.มาจอดบริเวณห้องเช่า จากนั้นได้ลงจากรถจยย.เดินเข้าไปภายในห้องเช่า เดินสำรวจตามหน้าก้องพักและเดินขึ้นไปที่ชั้นสองของห้องเช่า

           นายธีระภัทร อายุ 24 ปี ผู้ต้องหา กล่าวว่า ตนเคยถูกทำร้ายปาด้วยรองเท้า จำฝังใจชอบรองเท้าแตะหูหนีบและรองเท้าเด็กนักเรียน จึงก่อเหตุลักมาสำเร็จความใคร่ โดยออกตะเวนลักขโมยตั้งแต่อายุ 13 ปี จนตอนนี้อายุ 24 ปี ลักรองเท้ามาได้จะนำไปเก็บไว้ที่ใต้หมอน

               ทั้งนี้ทั้งนั้น ทางบ้านเคยพานายธีระภัทร ไปรักษาตัวแล้วและเคยถูกจับมาก่อนหน้า ส่วนเรื่องชุดกู้ชีพกู้ภัยตนซื้อมาใส่และออกไปอยู่ตามจุดโดยไม่มีสังกัด เพื่อช่วยทำงานจิตอาสาเนื่องจากเป็นความชอบส่วนตัว

             ในเบื้องต้นจากการที่เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทราบว่าเคยถูกจับดำเนินคดีที่ สภ.บางกรวย เมื่อวันที่ 8 ต.ค.62 และมีคดีอีกหลายพื้นที่ใน จ.นนทบุรี ทางญาติผู้ต้องหายืนยันว่าผู้ต้องหาป่วยทางจิตมีประวัติรักษาตัวที่ รพ.ศรีธัญญา และที่มาก่อเหตุซ้ำเนื่องจากไม่ยอมกินยา ซึ่งหลังจากนี้จะนำตัวตรวจรักษาและปรึกษาหน่วยงานรัฐเพื่อขอความช่วยเหลือต่อไป

รองโฆษก ตร.ชี้แจง ภาพงานเลี้ยงตำรวจ สภ.บางพลี เป็นภาพเก่า

                รองโฆษก ตร.ออกมาชี้แจง ถึงภาพงานเลี้ยงตำรวจถานีตำรวจภูธรบางพลี ที่จัดในสถานที่ราชการ เป็นเพียงภาพเก่าเมื่อปลายเดือน กุมภาพันธ์ แล้ว ก่อนที่จะมีการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แล้ว

            เมื่อวันที่ 23 พ.ค.2563 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร.เปิดเผยถึงกรณี เพจชมรมช่วยเหลืออาชญากรรมเผยภาพ ตำรวจ สภ.บางพลี จัดงานเลี้ยงในสถานที่ราชการ มีความเหมาะสมหรือไม่ ว่า ได้รับรายงานจาก ภ.จว.สมุทรปราการ ว่า จากการตรวจสอบภาพดังกล่าวแล้ว

              ข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่าเป็นงานจัดเลี้ยงเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยจัดก่อนที่จะมีการประกาศบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 26 มี.ค.63 ที่ผ่านมา ของพนักงานสอบสวน พร้อมครอบครัว สภ.บางพลี ร่วมกับทนายความอาสา โดยจัดขึ้นบริเวณเเฟลตบ้านพักข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี

รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตามในเรื่องของความเหมาะสม และพฤติกรรมของข้าราชการตำรวจที่ปรากฏนั้น พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ อยู่ระหว่างให้ สภ.บางพลี รายงานข้อเท็จจริง และชี้เเจงรายละเอียดเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องขึ้นมา หากไม่เหมาะสมก็จะดำเนินตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง หรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง อย่างเคร่งครัด ผิดก็ว่าไปตามผิด ไม่มีการปกป้องตำรวจด้วยกันเองแน่นอน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ชมรมช่วยเหลืออาชญากรรม โพสต์รูปภาพพร้อมข้อความระบุว่า ในยามที่ประชาชน มีความทุกข์แต่มีข้าราชการตำรวจ สภ.บางพลี จัดงานกันสนุกสนานมีทั้งพริตตี้ ดื่มและเต้นกันอย่างเมามันทั้งถอดเสื้อ ในเครื่องแบบตามภาพในงานเลี้ยงฉลอง มันเหมาะสมหรือไม่ใช้สถานที่ราชการจัดงาน รบกวนชาวบ้าน.

ไล่ออกแล้ว พนักงานส่ง เคอรี่ กระทืบ รปภ. ไม่ยอมแลกบัตร

              เนื่องจากที่มี เฟซบุ๊ก Red Skull Variety ได้แชร์คลิป อ้างเป็นพนักงาน เคอรี่ แล้วทำร้าย รปภ. ป้อมทางออกพัฒนาการ 38 เนื่องจาก ไม่ยอมจะแลกบัตร ตามกฎของหมู่บ้าน

             พร้อมทั้งยังระบุข้อความว่า ทางผู้บริหารของหมู่บ้าน แจ้งว่า ณ วันที่เกิดเรื่อง ได้มีการประชุมและดำเนินการตามกฎหมายแล้ว ทาง เคอรี่ แจ้งกลับมาว่า จะโอนย้ายพนักงานคนดังกล่าวทำงานในเขตอื่นแทน และไม่ให้ใช้ถนนภายในหมู่บ้านนั้นแล้ว

             ล่าสุดในวันนี้ วันที่ 22 พ.ค. 2563  พนักงานเคอรี่คนดังกล่าว ยังคงมาส่งของในพื้นที่ของในหมู่บ้าน โดยไม่เป็นไปตามข้อตกลงที่คุยไว้กับผู้บริหารของหมู่บ้าน และยังคงมีพฤติกรรมก้าวร้าว ข่มขู่ รปภ. เหมือนเดิม และไม่ให้ความร่วมมือกับการคัดกรองของหมู่บ้าน

              ต่อมา บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ประเทศไทย จำกัด มหาชน ได้ออกจดหมายชี้แจงกรณีดังกล่าว และยังระบุว่า สืบเนื่องจากมีการแชร์คลิปวิดีโอและข่าวที่มีพนักงานร่วมขับรถจาก บริษัท บิ๊กบูม ทรานสปอร์ต จำกัด  ทำร้ายร่างกายพนักงานรักษาความปลอดภัยของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง

           ขอเรียนให้ทราบว่าเรากำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อช่วยเหลือและรับผิดชอบต่อผู้เสียหาย ทั้งนี้จากการตรวจสอบพบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยพนักงานดังกล่าวเป็นพนักงานร่วมขับรถ จากบริษัท บิ๊กบูม ทรานสปอร์ต จำกัด  ซึ่งไม่ได้เป็นพนักงานประจำของบริษัทฯโดยตรง

             ส่วนเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้ผ่านการเจรจาไกล่เกลี่ยจนเป็นที่เข้าใจอันดีแก่คู่กรณีทั้งสองฝ่าย และทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจสำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ได้มีการประสานงานกับบริษัท บิ๊กบูม ทรานสปอร์ต จำกัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยตั้งแต่วันที่เกิดเหตุ โดยให้พนักงานคนดังกล่าวพ้นสภาพจากการเป็นพนักงานทันที ตามนโยบายที่จะรักษาและส่งเสริมพนักงานที่ดีและไม่สนับสนุนพนักงานที่ประพฤติตนไม่เหมาะสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หนุ่มเมืองคอน หัวเสีย พาลูกไปหาหมอ โดน หญิงขับรถ พลักลูก

       หนุ่มหัวเสียพาลูกไปหาหมอที่คลินิก แต่ลูกไปจับถูกรถคนอื่น ลูกโดนผลักล้มน้ำสาดพื้น หมอก็ไม่ได้หา หนุ่มเมืองคอน โพสต์เล่าเหตุการณ์ ระหว่างนั่งรอหมออยู่ที่หน้าคลินิก

       ในวันนี้ วันที่ 21 พฤษภาคม 2563  มีชาวเน็ตมีการวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ที่หน้าคลินิกแห่งหนึ่งใน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช หลังจากที่มี หนุ่มเมืองคอน รายหนึ่งออกมาโพสต์ข้อความเล่าว่า ระหว่างที่นั่งรออยู่ที่หน้าคลินิก ลูกของตนเองไปจับถูกรถเก๋งที่จอดอยู่หน้าร้านค้าที่อยู่ติดกับคลินิก จนเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นจนไม่ได้หาหมอ

          โดยมีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ  สถาพร ศรีน้อย  ระบุว่าข้อความว่า พอดีวันนี้ผมพาลูกมาหาหมอคลินิกแห่งหนึ่งใน อ.ท่าศาลา ซึ่งลูกกับภรรยาได้นั่งรอที่ม้าหินอ่อน แล้วลูกของผมก็ได้ลุกขึ้นไปจับที่รถเก่งมีผู้หญิงคนหนึ่งวิ่งออกมาจากร้านค้าผลักลูกผมล้มแล้วเขาก็เอาน้ำออกมาสาดที่พื้น ทำเหมือนลูกเราเป็นอะไรสักอย่าง ถ้าบอกดีๆก็ได้คนเหมือนกัน สังคมเป็นถึงขั้นนี้แล้ว เราก็โกรธพาลูกกลับบ้านหมอก็ไม่ได้หา หรือว่าเค้ากลัวโควิด

        เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกโซเชียลกันตอนนี้ อย่างไรก็ตามต้องติดตามเหตุการณ์กันต่อไปว่าจะเป็นอย่างไร

ก.ล.ต.ไม่ให้ ภาศุกร์ ปฏิบัติหน้าที่ เป็นบุคลากร ในธุรกิจตลาดทุนเป็นเวลา 10 ปี

         ก.ล.ต.ไม่ให้อดีตผู้แนะนำการลงทุน นางสาวนภาศุกร์ มะละคำ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เข้ามาทำงาน เป็นบุคลากร กิจตลาดทุน 10 ปี ฐานยักยอกเงินลูกค้าแบงก์รวมมูลค่า 74.8 ล้านบาท มีผลตั้งแต่ 20 พฤษภาคมนี้เป็นต้นไป

         ในวันนี้  20 พ.ค. 63 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า ก.ล.ต. ลงโทษอดีตผู้แนะนำการลงทุนราย นางสาวนภาศุกร์ มะละคำ ขณะกระทำผิดสังกัดธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด  ไม่ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ เป็นบุคลากร ในธุรกิจตลาดทุนเป็นเวลา 10 ปี กรณีที่กระทำมิชอบต่อทรัพย์สินโดยยักยอกเงินของลูกค้าจำนวนหลายราย รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 74.8 ล้านบาทเลยทีเดียว

         โดยสำนักงาน ก.ล.ต.ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ลงทุน 9 ราย และตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ระหว่างวันที่ 13 กรกฎาคม 2558 – 13 พฤศจิกายน 2561 นางสาวนภาศุกร์ มะละคำ ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ สังกัดธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด  ได้กระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน

          โดยได้ทำการยักยอกเงินที่ผู้ลงทุนประสงค์จะซื้อกองทุนด้วยการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จมอบแก่ผู้ลงทุน เพื่อหลอกว่าได้บันทึกรายการซื้อกองทุนตามความประสงค์แล้ว แต่นางสาวนภาศุกร์ ไม่ได้นำเงินที่ได้ไปซื้อกองทุนตามความประสงค์ของผู้ลงทุนจริง จนเป็นเหตุให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหายจำนวนมาก รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 74.8 ล้านบาท

          ก.ล.ต. ได้่พิจารณาแล้วเห็นว่า นางสาวนภาศุกร์ ไม่ปฏิบัติหน้าที่หรือให้บริการด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โดยกระทำมิชอบต่อทรัพย์สินของผู้ลงทุน มีระดับโทษถึงขั้นเพิกถอนการให้ความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุน แต่เนื่องจากการได้รับความเห็นชอบเป็นผู้แนะนำการลงทุนด้านหลักทรัพย์ของ นางสาวนภาศุกร์ ได้สิ้นสุดเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ก.ล.ต. จึงลงโทษนางสาวนภาศุกร์ ไม่ให้เข้ามาปฏิบัติหน้าที่เป็นบุคลากรในธุรกิจตลาดทุน เป็นเวลา 10 ปี นับตั้งแต่ วันที่ 20 พฤษภาคม 2563 นี้ เป็นต้นไป

         นอกจากนี้ ก.ล.ต. ได้ทราบว่าผู้ลงทุนได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนให้ดำเนินคดีอาญากับ นางสาวนภาศุกร์ ด้วย ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรมทางอาญาต้องอยู่ในขุ้นตอนของศาลต่อไป

          อย่างไรก็ตามต้องขอย้ำให้ผู้ลงทุนศึกษาข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับกองทุนและตรวจสอบความมีอยู่จริงของผลิตภัณฑ์ที่จะลงทุนทุกครั้ง และควรหมั่นตรวจสอบเอกสารการยืนยันการซื้อขายหน่วยลงทุนเป็นประจำ ซึ่งต้องเป็นเอกสารของบริษัทจัดการลงทุนหรือธนาคารที่สนับสนุนการซื้อขายหน่วยลงทุนเท่านั้น หากมีข้อสงสัยควรติดต่อฝ่ายปฏิบัติการด้านหน่วยลงทุนโดยเร็วที่สุดเพื่อไม่ให้เป็นการเสียหายต่อตนเอง