ทัพ เอซี มิลาน ยังไม่ได้ตัว ราล์ฟ รังนิค ไปนั่งเก้าอี้ผู้ฝึกสอน

                 ทัพ เอซี มิลาน ตอนนี้ยังไม่ได้ตัว ราล์ฟ รังนิค ไปนั่งเป็นผู้ฝึกสอน ที่จะควบทั้งสองตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการกีฬาหลังจบซีซั่นของ 2019ถึงปี2020 และตราบใดที่เจ้าตัวยังปฏิเสธการจ่ายค่าฉีกสัญญาที่มูลค่าถึง 8 ล้านยูโร ให้กับกลุ่มทุนของ เร้ด บูลล์ ที่เป็นเจ้าของ ข้อผูกมัดนักยุทธศาสตร์ลูกหนังดอยช์ ดังกล่าว

ในวันนี้ มีรายงานว่าทาง รอสโซเนรี่ ที่มีการเจรจากับนักวางแผนกลยุทธ์ในวัย 62 ปีของสโมสร เป็นไปอย่างต่อเนื่องกว่า 7 เดือนที่ผ่านมา เพื่อตั้งใจจะให้มารับตำแหน่งที่สำคัญในถิ่น ซาน ซิโร่ แต่อหมือนโชคชตะไม่เป็นใจ ดันมาติดอุปสรรคเรื่องที่ทาง เอซี มิลาน ยังไม่พร้อมใจจ่ายค่าฉีกสัญญา 8 ล้านยูโร เลยทำให้พลาดโอกาสครั้งนี้

              อย่างไรก็ตามแต่ทาง รังนิค ในทุกวันนี้ก็รับเงินเดือนจาก เร้ด บูลล์ อยู่แล้วผู้ทีาดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายกีฬาและพัฒนาศักยภาพทีมซอคเก้อร์ ในเครือของกระทิงแดง ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่า ประกอบไปด้วย แอร์เบ ไลป์ซิก เร้ด บูลล์ ซัลซ์บวร์ก นิวยอร์ก เร้ด บูลล์ และ เร้ด บูลล์ บราซิล

เพราะฉะนั้นถ้าหาก อิวาน กาซิดิส ผู้บริหารใหญ่ของ มิลาน อยากจะได้ตัว รังนิค จริงๆละก็ต้องยอมจ่ายเงินก้อนโตเลยทีเดียวในการจ่าย ทั้งๆที่ทีมก็ไม่ค่อยมีทุนอยู่แล้ว ทำให้มิลาน เจอทั้งแรงกดดันหลายทางด้วยกัน

อย่าไรก็ตาม ทั้งนี้ยังไม่ได้นับรวมเรื่องของค่าชดเชยในกรณีเลิกจ้าง สเตฟาโน่ ปิโอลี่ ด้วยที่ตอนนี้เป็นเฮดโค้ชคนปัจจุบัน และในตอนนี้เขาก็กำลังทำผลงานได้ดีเลยทีเดียว นอกจากนี้ยัวรวมถึงสตาฟฟ์บริหารคนอื่นๆด้วย ถ้าหากว่า รังนิค จะเอาคนของตัวเขาเองมาแทนที่ตำแหน่งเดิมหมด โดยหนึ่งในคนดังที่อาจตกงานคือตำนานสโมสร อย่าง เปาโล มัลดินี่ ด้วย

นี่จึงเป็นต้นกำเนิดเริ่มกระแสกดดันให้กับทาง กาซิดิส จากแฟนบอล ปีศาจแดงดำ ให้ช่วยพิจารณาแนวทางขององค์กรใหม่ด้วย แล้วช่วยเน้นที่การสนับสนุน ปิโอลี่ จะเป็นการดีกว่า

ซึ่ง ตอนนี้ มิลาน เองยังเหลือการแข่งขันอีก 5 เกมในเซเรีย อา และปัจจุบันยังรั้งอันดับ 7 อยู่ในตาราง และตามหลัง โรม่า ที่อยู่อันดับ 5 ของโควตายูโรปา ลีก รอบแบ่งกลุ่มเพียงแค่ 4แต้ม เอง ตั้งแต่ที่กลับมารีสตาร์ตใหม่หลังจากที่ไวรัสระบาดลงสนาม 8 นัดที่สำคัญทุกรายการไม่มีการแพ้เกิดขึ้นด้วย

          ขอบคุณข่าวสาร จาก เว็บพนันออนไลน์ที่ดีที่สุดในตอนนี้ 918Kiss

กุนซือทีม เชลซี กระตุ้นผู้เล่นหน้าใหม่โชว์ศักยภาพชิงตำแหน่งในการลงสนาม

              แฟร้งค์ แลมพาร์ด กุนซือทีม เชลซี กระตุ้นผู้เล่นในทีม ในปัจจุบันต้องเร่งเค้นผลงานออกมาสู้แย่งตำแหน่งกับหน้าใหม่ ซึ่งจะเข้ามาทั้ง ติโม แวร์เนอร์ หรือ ฮาคิม ซิเย็ค รับประกันเลยว่าเหล่ารุคกี้สิงห์บลูส์นี้ นอกจากสารพัดพิษแล้ว ยังมีทัศนคติในการเล่นก็ยอดเยี่ยมอีกด้วย

             มีรายงานว่า เชลซี ทุ่มเงินไปแล้วกว่า 90 ล้านปอนด์ได้คว้าตัว แวร์เนอร์ มาจาก แอร์เบ ไลป์ซิก และ ซิเย็ค จาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ซึ่งเกมที่เพิ่งเชือด นอริช 1-0 เข้ามาเป็นสักขีพยานในสนามครั้งนี้ด้วย

           ทั้งนี้ แน่นอนเลยว่า เทรนเนอร์วัย 42 ปี พอทราบถึงศักยภาพของสองแข้งใหม่ ก็เชื่อว่าของดียังมีอีกเพียบดังนั้นพวกที่อยู่มาก่อนหากพอใจฝีเท้าแค่เท่าที่มี รับประกันลืมไลน์อัพแรกไปได้เลย

 

               อย่างไรก็ตาม เมื่อมีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา ก็ควรพกสัญชาตญาณสัตว์ร้ายแสดงให้ทุกคนที่ และให้ทีมได้เห็นด้วย แลมพาร์ด เปิดปากเน้นกระตุ้น คริสเตียน พูลิซิช คัลลั่ม ฮัดสัน-โอดอย เมสัน เมาน์ท หรือ รอสส์ บาร์กลี่ย์ ซึ่งต้องชิงตำแหน่งในการลงสนามในครั้งนี้ด้วย  และมองว่า ซิเย็ค คงไม่เข้ามาทับเส้นใครแน่อนอ

             นอกจากนี้ในเกมเมื่อคืนอังคาร ณ สแตมฟอร์ด บริดจ์ ที่ผ่านมานั้น ปีกเจ้าของค่าตัว 38 ล้านปอนด์เดินทางมาชมการแข่งขันด้วย นับเป็นการกลับมาเหยียบสังเวียนนี้อีกครั้งนับจาก พ.ย.2019 ซึ่งหนนั้นยังเป็นนักเตะ อาแจ็กซ์ ฟาดเกือก ชปล.รอบแบ่งกลุ่มแล้วเจ๊า 4-4 ส่วนทางด้าน แลมพาร์ด ฐานะหัวหน้าผู้ฝึกสอน เชลซี ปีแรกก็คุมทัพเกิน 50 นัดทุกรายการไปแล้ว

            ขอบคุณข่าวสาร จาก เว็บพนันออนไลน์ที่ดีที่สุดในตอนนี้ 918Kiss

ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 ทั่วโลก

              สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรน่า 2019 หรือโควิด-19 (COVID-19) ทั่วโลก ล่าสุด วันนี้ข้อมูลวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 เวลา 7.20 น. ยอดผู้ติดเชื้อตัวเลขขยับขึ้นมาอยู่ที่ 5,619,589 เสียชีวิต 352,550 ราย และรักษาหายแล้ว 2,305,417 ราย

              มีรายงานยอดจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในแต่ละประเทศ ทั่วโลก ล่าสุดตอนนี้  มีรายชื่อเเละตัวเลข ดังต่อไปนี้

1.สหรัฐอเมริกา ติดเชื้อ 1,695,776 ราย เสียชีวิตสะสม 100,047 ราย

2.บราซิล ติดเชื้อ 391,222 ราย เสียชีวิตสะสม 24,512 ราย

3.รัสเซีย ติดเชื้อ 370,680 ราย เสียชีวิตสะสม 3,968 ราย

4.สหราชอาณาจักร ติดเชื้อ 268,616 ราย เสียชีวิตสะสม 37,542 ราย

5.สเปน ติดเชื้อ 236,259 ราย เสียชีวิตสะสม 27,117 ราย

 

6.อิตาลี ติดเชื้อ 231,139 ราย เสียชีวิตสะสม 33,072 ราย

7.ฝรั่งเศส ติดเชื้อ 183,038 ราย เสียชีวิตสะสม 28,599 ราย

8. เยอรมันนี ติดเชื้อ 181,524 ราย เสียชีวิตสะสม 8,428 ราย

9.ตุรกี ติดเชื้อ 159,797 ราย เสียชีวิตสะสม 4,431 ราย

10.อินเดีย ติดเชื้อ 150,793 ราย เสียชีวิตสะสม 4,344 ราย

              ในขณะที่ประเทศไทยติดอยู่ในอันดับที่ 77  ของโลก และมีผู้ติดเชื้อ 3,045 เสียชีวิตสะสม 57 ราย

เร่งตามตัวคนเที่ยวผับ ย่านอิแทวอน เมื่อคนเกือบ 2,000 คนไม่มาตรวจโควิด

ในวันนี้ 12 พ.ค. เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานของเกาหลีใต้ เร่งรวบรวมเก็บรวบรวมข้อมูลคนที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงใน ย่านอิแทวอน กรุงโซลของเกาหลีใต้ จากการใช้โทรศัพท์มือถือ พร้อมทั้งภาพจากกล้องวงจรปิด คาดว่าเป็นแหล่งระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 หรือ โคโรน่า 2019  ที่ใหญ่ที่สุด

 ย่านอิแทวอน
เร่งตามตัวคนเที่ยวผับ ย่านอิแทวอน เมื่อคนเกือบ 2,000 คนไม่มาตรวจโควิด

นายยุน แท-โฮ เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขเกาหลีใต้ กล่าวว่า”เรากำลังใช้ข้อมูลจากสถานีโทรศัพท์และธุรกรรมัตรเครดิตจากสถานบันเทิง ย่านอิแทวอน เพื่อระบุตัวคน 1,982 คน ที่ยังไม่ระบุตัวตนมาตรวจโควิด-19 ”

การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นหลังจากพบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิด-19 จากสถานบันเทิงเหล่านี้มากกว่า 100 คนแล้วทำให้สร้างความกังวลให้เจ้าหน้าที่ว่าสถานที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อาจเป็นเเหล่งระบาดของ โควิด-19 เป็นรอบที่ 2 ในประเทศ หลังจากเกาหลีใต้ได้รับการชื่นชมจากนานาชาติถึงความสำเร็จของการควบคุมโรค

เจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขของเกาหลีใต้ ก็ทำการสืบหาตัวติดตามและนำตัวบุคคลที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงเหล่านี้มาตรวจโรคแล้วตลอดช่วงที่ผ่านมา แต่ก็ยังต้องการหาตัวคนอีกจำนวนมากที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวเอง

สาเหตุที่หลายคนไม่กล้ามาตรวจโรค เพราะไม่อยากให้คนอื่นๆ หรือคนในครอบครัวรู้ว่าตัวติดเชื้อ เพราะอาจเป็นที่ไม่ต้องการของสังคม ทำให้สังคมรังเกียจ

ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคเกาหลี  ของเกาหลีใต้ เปิดเผยวันนี้  ว่า ขณะนี้มีอย่างน้อย 102 คนที่เกี่ยวข้องกับสถานบันเทิงเหล่านี้และผลตรวจหาไวรัสในร่างกายออกมาเป็นบวก

ด้านนายพัก วอน-ซุน นายกเทศมนตรีกรุงโซล กล่าวว่า ขณะนี้มีเคสที่ยืนยันแล้วว่าติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 (SARS-CoV-2) แล้ว 101 คน และทางการนำคนจำนวน 7,272 คนที่เกี่ยวข้องกับแหล่งระบาดนี้มาตรวจโรคแล้ว ซึ่งจำนวนนี้รวมถึงสมาชิกครอบครัวและเพื่อนร่วมงานของคนที่ไปเที่ยวสถานบันเทิงในคืนเกิดเหตุ หรือคืนวันที่ 2, 3 และ 5 พ.ค. ถ้าไมาอยากให้โรคระบาดนี้แพร่กระจายไปมากกว่านี้ต้อง เข้ามาทำการตตรวจเพื่อหยุดยั้งเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อช่วยประเทศชาติ