โฆษก ศบค. แถลง ผู้ป่วย โควิด-19 เสียชีวิตเพิ่ม 1 ศพ สะสม 48 ศพ

นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โควิด-19 หรือ ศบค. ได้แถลงสถานการณ์ โควิด-19 ในประเทศไทย ยอดผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้เพิ่มขึ้น 19 ราย สะสมรวม 2,811 ราย หายป่วยแล้ว 2,108 ราย เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1 ศพ สะสมรวม 48 ศพ มีรายละเอียดดังนี้

         โดยผู้ป่วยโควิด-19 ได้เสียชีวิตเป็นรายที่ 48 เป็นชายไทย อายุ 50 ปี อาชีพขับรถแท็กซี่ มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน ชนิดที่ 2 สูบบุหรี่ มีประวัติเสี่ยงคือ รับ-ส่งผู้โดยสารไปดูมวยที่สนามมวยลุมพินี

         18 มีนาคม เริ่มมีอาการป่วย หายใจลำบาก ไอ และได้เข้ารับการตรวจกับ รพ.แห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ได้ยากลับไปรับประทานที่บ้าน แต่อาการก็ไม่มีท่าทีดีขึ้น

23 มีนาคม เข้ารับการรักษาอีกครั้งด้วยอาการไข้สูง 39.5 องศาฯ ปวดเมื่อยตามตัว หายใจลำบาก มีเสมหะเพิ่มขึ้น จึงส่งเข้าตรวจหาเชื้อ และพบว่าเป็นผู้ป่วยโควิด-19 ได้มีอาการแย่ลงต่อเนื่อง

20 เมษายน เสียชีวิต.

เอกวาดอร์ เครียดหนักยอดเหยื่อ โควิด19 พุ่งตายอีกกว่า 6 พันศพ

สำนักข่าวรายงานสถานการณ์การระบาดของ โควิด19 ในเอกวาดอร์ ประเทศในทวีปแอฟริกากำลังเคร่งเครียดอย่างหนัก เพราะในขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตด้วยโรค โควิด19อย่างเป็นทางการยังอยู่ที่ 421 ศพ

แต่ก็ปรากฏว่า รัฐบาลเอกวาดอร์ ได้มีการประกาศว่า มีผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ โควิดในจังหวัดกัวยาส เพียงจังหวัดเดียวถึง 6,700 ศพ ในช่วง 2อาทิตย์แรกของเดือนเมษายน โดยจังหวัดกัวยาส คือจังหวัดที่ตั้งของเมืองกัวยากิล ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่สุดและมีประชากรมากที่สุดในประเทศ แต่ว่าตอนนี้เมืองกัวยากิลกลับกลายเป็นเมืองซึ่งมีผู้เสียชีวิตและติดเชื้อโควิด19 มากที่สุดในเอกวาดอร์

         ในขณะที่มีคลิปวิดีโอ เผยให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่เอกวาดอร์ได้บังคับให้ชาวบ้านเก็บศพญาติพี่น้องของพวกตนที่เสียชีวิตไว้ที่บ้านนานถึง 5 วัน โดยได้บอกว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถจะเก็บศพผู้เสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากได้ทัน ทำให้ประชาชนจำเป็นจะต้องเก็บศพที่ถูกห่อไว้ ใส่ในกล่องไว้ในบ้านของพวกตนก่อน หรือแม้แต่วางศพไว้ตามริมถนนอย่างน่าสะเทือนใจ

ตามรายงานยังได้เผยว่า เมื่อสัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่เอกวาดอร์ได้เริ่มแจกโลง ที่ทำจากกระดาษหลายพันใบแจกให้กับประชาชนในเมืองกัวยากิลสำหรับใส่ร่างผู้เสียชีวิต เนื่องจากในขณะนี้สถานเก็บศพตามโรงพยาบาลต่างมีศพจนล้นหมดแล้วและเจ้าหน้าที่ก็ทำงานไม่ทัน

บุกรวบผีพนัน ลักลอบเล่น การพนัน เห็นเจ้าหน้าถึงกับวงแตกกระเจิง

ฝ่ายปกครองอำเภอฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า มีการลักลอบเล่น การพนัน (ไฮโล) ในพื้นที่บ้านท่าแห่ หมูที่ 10 ต.ฆ้องชัยพัฒนา อ.ฆ้องชัย จ.กาฬสินธุ์ จึงได้ลงพื้นที่เข้าไปตรวจสอบร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฆ้องชัย

ที่เกิดเหตุได้พบผู้ต้องหากำลังนั่งเล่นไฮโล ตำรวจจึงได้เข้ารวบผู้ต้องหา ได้ 12 คน พร้อมกับของกลาง 4 รายการ

คือ 1.ลูกเต๋าไฮโล จำนวน 3 ลูก 2.จานรองพร้อมฝาครอบ 1 ชุด 3.ป้ายผ้าบอกแต้ม 1 แผ่น และ 4.เงินสดเล่นการพนันไฮโล จำนวน 480 บาท

โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีลักลอบเล่นการพนันไฮโล พนันเอาทรัพย์สินกัน โดยผิดกฎหมาย, มั่วสุม ฝ่าฝืนข้อกําหนด ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตาม พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2558” ผู้ต้องหายอมรับทุกข้อกล่าวหา นำผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลาง และส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

บริษัทแอปเปิล เตรียมกลับมาเปิดร้านในเกาหลีใต้เป็นชาติแรก ไม่นับจีน

         นักข่าวรายงานว่า บริษัทแอปเปิล บริษัทไอทีรายใหญ่ชื่อดังของโลก ได้ประกาศเตรียมจะกลับมาเปิดทำการ Apple Store (แอปเปิล สโตร์) ร้านจำหน่ายและให้บริการผลิตภัณฑ์แอปเปิล ในเกาหลีใต้เป็นแห่งแรก วันเสาร์ที่ 18 เมษายนนี้ นับตั้งแต่บริษัทแอปเปิลได้มีคำสั่งปิดแอปเปิล สโตร์ทั้งหมดนอกประเทศจีน ในขณะที่ โควิด19 ได้ระบาดใหญ่ทั่วโลก

         จากการแถลงการณ์ของบริษัทแอปเปิลที่ส่งไปยังสำนักข่าวบลูมเบิร์ก ได้ระบุว่า เกาหลีใต้เป็นประเทศที่แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าระหว่างมีการแพร่ระบาดของเชื้อ โควิด ยังไงก็ตาม การกลับมาเปิดทำการของ แอปเปิล สโตร์ที่เกาหลีใต้อีกครั้งนี้ จะไม่เปิดในส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล แต่จะเปิดในส่วนการให้บริการและความช่วยเหลือลูกค้าเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของแอปเปิล

นักข่าวรายงานด้วยว่า บริษัทแอปเปิล ซึ่งมีฐานใหญ่อยู่ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐฯ ได้สั่งปิดแอปเปิล สโตร์ ในประเทศจีน ที่มีถึง 42 ร้านทั่วประเทศทั้งหมด นานถึงประมาณ 2 เดือน ในขณะที่เกิดการระบาดของ โควิด ในจีน ก่อนที่จะกลับมาเปิดทำการในเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้

อินเดีย เมืองโภปาลที่รอดชีวิตจากเหตุก๊าซพิษรั่วติดโควิด-19 ดับ

นักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 ในประเทศ อินเดีย ยังคงสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในวันพุธที่ 15 เมษายน 2563 ยอดผู้ติดเชื้อได้สะสมเพิ่มขึ้นเป็น 12,322 ราย ในจำนวนนี้เสียชีวิตแล้ว 405 ศพ และรักษาหายแล้ว 1,432 คน

         ที่เมืองโภปาล เมืองเอกของรัฐมัธยประเทศ ของ อินเดีย ได้มีรายงานผู้ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 158 ราย และมีผู้เสียชีวิต 5 ศพ ซึ่งทั้งหมดเป็นผู้ที่รอดชีวิตจาก ภัยพิบัติโภปาล หรือเหตุก๊าซ เมทิลไอโซไซยาไนด์ กับสารพิษอื่นๆ ได้รั่วไหลจากโรงงานผลิตยาฆ่าแมลง ที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2527 ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 3,787 ศพ และส่งผลกระทบต่อประชาชนมากกว่า 500,000 คน
         หนึ่งในองค์กรซึ่งเป็นตัวแทนผู้ประสบภัยดังกล่าว ได้ระบุว่า ผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมครั้งนั้นมีความเสี่ยงต่อไวรัสโควิด-19 มากกว่าคนทั่วไป โดยในกลุ่มผู้เสียชีวิต มีรายหนึ่งเป็นโรคมะเร็งช่องปาก อีกรายเคยเป็นวัณโรค ส่วนอีก 3 รายได้รับผลกระทบจากสารพิษจนมีอาการทางปอดหรือไต

         ทางด้านสำนักข่าว บีบีซี ได้ระบุว่า รัฐบาลอินเดียได้ประกาศแผนผ่อนคลายข้อจำกัดเรื่องการทำการเกษตร, งานเกี่ยวกับธนาคารและงานสาธารณะ ทำให้กลับมาเปิดทำการได้อีกครั้ง เริ่มมีผลบังคับใช้ในวันจันทร์ที่ 20 เมษายนนี้
         เพื่อที่จะลดผลกระทบจากมาตรการล็อกดาวน์ที่มีต่อห่วงโซ่อุปทานและเศรษฐกิจของประเทศภายใต้มาตรการใหม่ ธุรกิจด้านการเกษตรรวมถึงการผลิตนมวัว, ชา, กาแฟ, สวนยาง, การเพาะพันธ์ุสัตว์น้ำ และร้านที่ขายผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร จะสามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง หลังจากต้องหยุดชะงักเพราะมาตรการล็อกดาวน์ แต่ยังแบนการเดินทางทั้งด้วยรถไฟ, เครื่องบิน และการรวมตัวในที่สาธารณะ

แรงงาน อินเดีย ออกมาชุมนุม เจ้าหน้าจึงใช้กำลังสลายม็อบ

เมื่อสำนักข่าวได้รายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ อินเดีย นั้นได้ใช้กำลังเข้าสลายม็อบกลุ่มแรงงานจำนวนมหาศาล ซึ่งได้มารวมตัวกันที่สถานีรถไฟ บันทรา ในนครมุมไบ ซึ่งเป็นการฝ่าฝืนมาตรการ ล็อกดาวน์ เพื่อที่จะควบคุมการระบาดของ โควิด-19 ซึ่งนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี ได้มีการประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์ออกไปจนถึง 3 พค. แล้ว

         ซึ่งตามการเปิดเผยของนายอนิล เดชมุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อินเดีย กลุ่มแรงงานมารวมตัวกันที่สถานีรถไฟเพื่อที่จะเดินทางการมาตุภูมิของตัวเอง เนื่องจากคิดว่ารถไฟนั้นจะกลับมาให้บริการอีกครั้งและพวกเขานั้นจะได้กลับบ้าน ในขณะที่ตำรวจได้บอกกับสำนักข่าว ของอินเดียว่า พวกเขานั้นกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงว่ามีการปล่อยข้อความเท็จเพื่อที่จะกระตุ้นให้คนมารวมตัวกันหรือไม่

         ทางด้านกลุ่มฝ่ายออกมาแย้งคำพูดของรัฐบาล โดยได้อ้างว่า กลุ่มแรงงานซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในสลัมรอบสถานี บันทรา ได้ออกมาประท้วงเรื่องอาหารไม่เพียงพอและเรื่องความมั่นคงในหน้าที่การงาน เนื่องจากมาตรการล็อกดาวน์ทำให้แรงงานที่รับค่าจ้างรายวันไม่มีรายได้เลย

ตำรวจน้ำสตูล เข้าช่วยชายไทยกลางทะเล ว่ายน้ำหนีจากมาเลเซียกลับไทย

         วันที่ 14 เมษายน 2563 สว.สถานีตำรวจน้ำ 3 กก.9 บก.รน.ได้มีการรับแจ้งจากนายสุชาติ ปราณสุข อยู่บ้านเลขที่ 100 ถนนพนัสวิถี ต.พิมาน อ.เมืองสตูล ที่ได้มีคนในหมู่บ้านนำเรือหางยาวออกไปหาปลาในทะเลบริเวณคลองตำ หมู่ที่ 1 พบว่าชายไทยอายุประมาณ 50 ปี ลอยคอจึงได้เข้าช่วยเหลือ

โดยที่ชายดังกล่าวนั้นทราบชื่อ คือ นายรัตนพล พันอุ่น อายุ 45 ปี บ้านอยู่ในเขตบาลเมืองสตูล ได้มีอาการเหนื่อยล้าหมดแรง สอบถามทราบว่าว่ายน้ำมาจากฝั่งประเทศมาเลเซียและได้หลบหนีออกมาเนื่องจากทั้งฝ่ายไทยและมาเลเซียห้ามคนเข้า-ออก

         โดยชาวประมงที่พบได้ให้เกาะเรือเข้ายังฝั่ง พร้อมทั้งยังให้น้ำดื่มและกินอาหารไปนิดหน่อย ก่อนที่จะนอนพักที่ขนำและแจ้งตำรวจน้ำเข้าช่วยเหลือซึ่งทางตำรวจน้ำ3 กก.9 บก.รน.ได้ประสานรถโรงพยาบาลสตูลรับตัวไปทำการรักษาตัว และสอบสวนโรคโดยที่หลังจากสอบสวนโรคแล้วไม่เข้าข่าย เจ้าหน้าที่จึงได้ไปส่งเพื่อกักตัวที่บ้าน 14 วัน

ยังไงก็ตาม หลังจากที่ทางนายก้องสกุล จันทราช นายอำเภอเมืองสตูลได้ทราบข่าวกรณีดังกล่าว ได้ประสานกับนายประสิทธิ์ แบ้สกุล นายกเทศมนตรีเมืองสตูล ได้ให้ส่งเจ้าหน้าที่ไปรับตัวบุคคลดังกล่าวเข้าไปพักยังสถานที่กักตัว 14 วันของเทศบาลเมืองสตูลทันที เพราะถือว่าเป็นบุคคลกลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง 14 วันเช่นกัน

ไม่ว่าจะเข้าข่ายหรือไม่ก็ตาม โดยเฉพาะในขณะนี้จะไม่ใช้มาตรการกักตัวที่บ้าน เนื่องจากมีโอกาสเสี่ยง จึงจะต้องนำมากักตัวที่สถานที่ที่ทางราชการจัดให้เท่านั้น เพราะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแล 24 ชั่วโมง.